ผีบลูเบอรี่เข้าสิง

posted on 23 Jun 2009 22:00 by loveaholic

เย็นวันนี้มีคนมารับช่วงต่อหน้าที่ที่ร้านในช่วงเวลาสั้นๆ
รีบบึ่งไปเทสโก้เพื่อซื้อนมสดสำหรับชงกาแฟ
และได้โอกาสฟาดอุปกรณ์สำหรับบลูเบอรี่ซีสพาย
เพราะอารมณ์ที่บูดตั้งแต่หัววัน
เดาว่านี่คือทางระบายอีกอย่างหนึ่ง
นอกเหนือจากวาดรูปและถ่ายรูป เพิ่งจะรู้ตัวนะเนี่ย

อุปกรณ์พร้อม จัดไป!!!
เวลาพลบค่ำไม่เป็นอุปสรรค
ตีชีสไปขาก็สีกันไปเพราะยุงกัด ดี.. ระบายอารมณ์

แต่เหมือนสูตรจะครอบจักรวาลไปหน่อย
ดูหลายเว็บ หลายกูรู สรุปครีมชีสที่ตีเหลือเยอะ
พรุ่งนี้ต้องจัดการแครกเกอร์ที่เหลือ ทำให้ได้อีกถาด
 

ถ้าจะให้ดี ต้องกินตอนที่อยู่เงียบๆ คนเดียว
ขอชายอดน้ำค้างซักกา เปิดหนังดู แสงไฟสลัวๆ
…หรือจะดู My Bluebery Night ดี

กดแครกเกอร์ที่ผสมแล้วลงในอ่างแก้ว
เหมือนเป็นการรวบรวมสติอีกครั้ง
พายุในอารมณ์ครั้งนี้ เป็นเหตุมาจากอาการเก็บและกด
ไม่อยากให้ไปเฉี่ยวหัวใครเข้า
เลยเลือกจะเดินฟุ้งซ่านไปมาคนเดียวเสียครึ่งวัน

ปลดปล่อยอาการเก็บกดไปกับการตีชีส
บีบมะนาวแบบไร้สติ โดนรอยตะปูบาดที่เกิดจากการเก็บร่มเมื่อเย็น
แสบ!! ตื่นจากความมัวเมาอีกครั้ง
ชีวิตที่จำต้องมีพรุ่งนี้ และจะต้องเดินต่อไป ทั้งๆ ที่ไม่อยากเดิน

ปล.ที่แน่ๆ บล็อกนี้จะกลายเป็นบล็อกทำอาหารหรือเปล่า(วะ)เนี่ย

ตั๊กแตน

posted on 27 May 2009 23:51 by loveaholic
May 27, '09 12:48 PM
for everyone

 

เมื่อวาน...ขณะที่นั่งทำโน่นนี่อยู่ในร้าน
มีลุงแก่ๆ เดินกระเผลกเข้ามาในร้าน ในมือถือตั๊กแตนใบลาน
ตั้งใจจะซื้อเสียตั้งแต่ลุงแกยังไม่ขาย :)
ตัวละ 20 บาท อยากซื้อมากกว่านี้ เอาแค่พอดีดีกว่า
เพราะขณะนั้นยังไม่ทันจะมีรายได้ของวันเลย

ลุงคนขายรับเงินไปแล้วอวยพรเสียยกใหญ่หลายรอบ
ก่อนออกไปลุงก็หันมาทิ้งท้ายไว้ด้วยการใบ้หวยไว้ให้ 1 ตัว
"อีกตัวไปหาเพิ่มเอาเองนะคุณหนู"
ฮ่าๆๆๆๆ
น่ารักและแอบขำ...

ตั๊กแตนใบลานสีเขียวสดขณะนี้ที่มีชีวิตอยู่ในบ้านนี้เพียง 1 วัน
ตัวตั๊กแตน เริ่มมีสีเขียวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
คาดว่าต่อไปคงกลายเป็นสีน้ำตาลในที่สุด

วันก่อนหน้านี้ทำบุญผ้าขาวห่อศพ
"พี่ดูนี่ครับ นี่คือผ้าขาวห่อศพ"
น้องคนที่มารับบริจาคเปิดอัลบั้มยืนยันความบริสุทธิ์ใจ
แต่พี่ตอบออกไปด้วยความเชื่อใจและไม่ใครอยากรู้อยากมอง
"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องเปิด"
"เอานี้ไปอธิษฐานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร
ให้แก่คนที่เราอยากให้ได้รับผลบุญ แล้วเผากลางแจ้งนะครับ"
ขณะฟัง นึกถึงหน้าเจ้ากรรมนายเวรขึ้นมาชัดแจ่ม

อืมมมม...ไปดี มีสุข เท่าที่ทำกรรมดีนะ
ส่วนกรรมที่ไม่ดี ขอเป็นกำลังใจให้เวรกรรมได้เดินมาถึงโดยเร็ว
และทำหน้าที่ของมันได้ดีที่สุด อนุโมทนา!!!

มีนัดจำกัดอาหารกับตัวเอง
ทำได้ดีในระดับที่ตั้งใจไว้...

จบวัน...แต่เรื่องบางเรื่องจากเมื่อวานยังคงค้างคาอยู่ในใจ
ไม่รู้ต้องใช้เวลากี่วันถึงจะหาย...นี่แหละมหัศจรรย์หัวใจคน

จุด 2 จุด

posted on 21 May 2009 19:02 by loveaholic

 

จากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่ง
ในความสัมพันธ์และความรู้สึกไม่รู้ว่ามันอยู่ห่างกันแค่ไหน
ระยะทางขึ้นอยู่กับความพร้อมของหัวใจและการทำใจของเราเอง

จากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่ง
วันนี้... ตอบไม่ได้ว่าระยะทางใกล้ไกลแค่ไหน
เพียงแต่เพิ่งเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังเดินห่างจากจุดหนึ่งเพื่อเข้าใกล้อีกจุดหนึ่ง

จากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่ง
การเดินทางของกาลเวลาและความรู้สึก
โชคดีที่เดินแบบมีสติและเลือกจะเดิน ช้า-ช้า

จากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่ง
อาจเป็นจุดสุดท้ายที่จะหยุดเดิน
หรือเป็นเพียงจุดหนึ่งที่เราเดินผ่าน...เพื่อหาจุดต่อไป

จากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่ง
เธอว่า... ฉันต้องเดินอีกนานแค่ไหน?

ถ้าเพียงแต่...

posted on 16 May 2009 15:13 by loveaholic

 

รื้อรูปเก่าๆ มาดู (อาการเบื้องต้นของคนแก่)
เอาอีกแล้ว...ภาพบางภาพที่ไม่เคยจำ
แต่พอเห็นกลับเป็นไม่เคยลืม(ช่วงเวลานั้น)ซะงั้น!!!

เห็นภาพนี้ไหม?
ไม่ได้เป็นภาพเก่า ไม่ได้เป็นภาพฝีมือเราถ่าย
แต่อารมณ์ของภาพนี้มันบอกว่า
"ถ้าเพียงแต่เรายังรักกัน..."

ถ้าเพียงแต่...
เป็นการสมมติในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
ตื่นสู่ความจริง
จับเนื้อตัวของตัวเอง
ที่แท้แค่(สาย)ลมพัดผ่าน ;)

แต่เพียงผู้เดียว

posted on 07 May 2009 10:49 by loveaholic

 

อย่าเอาชีวิตไปเกี่ยวกับ(ตีนของ)ใคร
ได้แต่บอกตัวเอง...แต่บางทีสถานการณ์มันก็พาไปเกี่ยวจนได้
ชีวิตที่ขึ้นตรงกับตัวเองมานานหลายปี
หลงระเริงกับอิสระ ที่ไม่ต้องนึกถึงคนข้างหลัง - มากนัก
อาจมีบ้างบางครั้งที่เผลอไผลแอบเกเร แต่ไม่เคยที่จะควบคุมไม่ได้
อาจมีบ้างบางทีที่นึกอยาก "ฝากชีวิต" ไว้กับคนอื่นบ้าง
นั่นมันแค่... ทริปสั้นๆ - ช่วงเวลาประเดี๋ยวประด๋าว

ก็ยังคงเป็น "คนธรรมดา" เป็นคนที่ยังมีหัวใจและความรู้สึก
ผลพวงของความคุ้นเคยแบบไม่อาจปฏิเสธได้
แม้ไม่ได้เอาชีวิตไปเกี่ยวกับใคร แบบจริงจังหรือถาวร
แต่บางครั้งก็เห็นได้ชัดว่า "ไปมีเอี่ยว" กับคนอื่นบ้างแล้ว

กำแพงคงสูงไม่พอที่จะปล่อยวางชีวิตและความรู้สึกให้ปลอดภัย
ต่อให้ใครๆ บอกว่าให้เลิกก่อกำแพง หรือพังกำแพงเสีย
มันทำไม่ได้ - คนเรากำจัดความกลัวออกจากสมองได้ง่ายเสียที่ไหน
ตราบใดที่ไม่ได้เป็นง่อย คงมีปัญญาบรรเทาความเจ็บปวดร้อนหนาวด้วยตัวเองได้

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา "การใช้ชีวิต" ไม่ใช่เรื่องยาก
และไม่ได้เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย

ถึงวันนี้ ถ้ามีบ้างบางครั้งจะ "เผลอ"
ความรู้สึก "สะดุด" และ "สะกิด" ยังคงเตือนใจให้มีสติอยู่
อาจจะยากตรงที่ตกกระไดพลอยโจนเข้าแล้ว
ทำอะไรไป ต้องนึกถึงใจของอีกคนด้วย
"อิสระ" ถูกหั่นออกบ้างเพื่อรักษา "น้ำใจ" และ "ไมตรี"
พูดได้ไม่เต็มปากว่า "ไม่ได้ฝืน"
แต่รู้สึกสับสนว่าจะจัดการกับสถานการณ์ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ได้อย่างไร
...แต่เพียงผู้เดียว