เมื่อคืนนอนแบบไม่พึ่งพาเครื่องปรับอากาศเป็นคืนที่สอง
นับเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งในกระประหยัดไฟและลดโลกร้อน
รู้สึกตัวตื่นตอน 7 โมงเช้า - - ก็ไม่รู้จะรีบตื่นไปไหน
เดาว่าเป็นเพราะอากาศไม่ได้เย็นจับใจอย่างเมื่อคืน
แล้วห้องนอนก็รับแสงแดดดีนักหนา - - นั่นล่ะ คือเหตุผลที่รู้สึกตัวไว

อันที่จริงวันนี้จะต้องลงมาเปิดร้านเอง คือนอนตื่นสายมิได้
เพราะวันนี้เป็นวันหยุดชดเชยของน้องอีกคนแทนวันจันทร์ที่ผ่านมา
แต่ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าขนาดน้านนนนนน....

บอกคนมืออวบเอาไว้แล้วว่า 9.30 น. ให้ปลุกด้วย
เมื่อยังไม่ถึงเวลาที่นัดแนะ เลยมีเหตุผลเพียงพอกับการ "นอนต่อ"

ตื่นเมื่อถูกปลุก - - ลุกขึ้นมาอาบน้ำ
น้ำในอ่างเย็นได้ใจ หุยยย... ช้อบ ชอบ
หยิบผ้าพันคอติดมือมาด้วย เผื่อว่าประเดี๋ยวจะหนาว
จนเมื่อเปิดร้านออกไอแดดและความร้อนแล่นมาสัมผัสผิวกาย
สัมผัสที่ไม่ได้ชื่นใจและโดนใจเหมือนตอนลมหนาวมาแนะผิวเลยซักนิด
 อุแม่เจ้า... วันนี้บ้านเราเป็นหน้าร้อนแฮะ
ผิดหวังอย่างแรง!!!
เหมือนคนแบบว่า "ฝันกลางวัน" ตื่นมาเจอกับความจริงว่า
ทุกอย่างเป็นเพียงแค่... ฝันไป (เท่านั้นเอง)

ตอนเที่ยงแม่โทรมาถามว่า "หนาวมากไหม?"
"กรี๊ดดดด... ร้อนตับแล่บเลยแม่"
คือ... แม่ดูโทรทัศน์แล้วบอกว่า มี sms ไปในรายการหลายข้อความ
บอกว่า อากาศที่นี่หนาวเย็นจับใจ เลยโทรมาแดสงความอิจฉา
ที่ไหนได้ ฮ่วย!!!!

คืนนี้มาลุ้นกันต่อไปว่าอุณหภูมิจะลดต่ำลงบ้างไหม
ได้โปรดเถิด!!! (วันนี้เปิดแอร์ไปหลายรอบ)

 

บันทึกเรื่องสังขารตัวเอง :

แอบมองเห็นมีชัดมีภาพวิ้งๆ ระยิบระยับในลูกกะตา
และขยายวงกว้างขึ้นจนมึนหัวและปวดหัวเมื่อตอนเที่ยง
อาจเพราะร่างกายขาดวิตามินนอน - - มั้ง

- - > อยากมีบ้านแบบนี้วุ้ย!!! <- -

 

บันทึกเรื่องน่ารำคาญ :

ระยะนี้เจอคนที่ไม่อยู่กะร่องกะรอย
"ทิ่มเข้า ทิ่มออก" อยู่บ่อยๆ
เดี๋ยวจะอย่างนั้น เดี๋ยวจะอย่างนี้
วันนี้เป็นแบบนี้ อีกเดี๋ยวเปลี่ยนเป็นอีกแบบ
คำพูดคำจาหาความแน่นอนไม่ได้
เพื่อนออลนิยามอาการแบบนี้ว่า
"อาการขาดวิตามินซี"
นั่นคือ "ลักปิด ลักเปิด" นั่นเอง

ไม่รู้ว่าความอดทนถึงที่สุด
หรือเป็นเพราะกลไกภายในสมองผสมกับเคมีในร่างกาย
เลือกจะ "ตอกกลับ" คนบางคนไปพอหอมปากหอมคอ
ตามด้วยการ "ปลีกตัว" ให้ห่างจากคนบ้าพวกนี้

รู้สึกเหมือนคนพวกนี้ระดับอีคิวต่ำ
ทำให้อยู่ร่วมกับคนหมู่มากในสังคมไม่ได้
อยากให้อภัย แต่บางทีมากไปก็ไม่ไหวเหมือนกัน
อาการอย่างหนึ่งที่แสดงออกคล้ายๆ กันในกลุ่มที่เจอนั่นคือ
อาการอยากเด่นกว่าคนอื่นจนระงับพฤติกรรมไว้ไม่ได้
ต้องสำแดงเดชเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งออกมา

เฮ่อ... ตกลงเราบ้า หรือคนพวกนี้บ้ากันแน่ (วะ)

 

 

 

 

 

Daisypath Anniversary tickers
 

หนาวหน้าฝน - - หรือฝนหน้าหนาว
อันนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะเริ่มมีอากาศหนาวมาปนๆ กับสายฝน
บรรยากาศอำนวยให้ความขี้เกียจ
ถ้าสิ่งรอบตัวสวยงามมองไปทางซ้ายเจอต้นไม้ ใบหญ้า
มองไปทางขวาเห็นภูเขาล้อเล่นอยู่กับก้อนเมฆ
ทุกๆ เช้าเราคงใช้เวลาไปกับการเสพความสุข
ด้วยการจิบกาแฟแกล้มอาหารเช้าแบบเบาๆ ได้ไปเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

ตอนนี้คงเหลือเพียงอากาศที่เป็นใจ
เพราะมองไปทั้งซ้ายและขวาก็เห็นบ้านเรือนแบบในเมือง
ขาดต้นไม้ ขาดธรรมชาติแท้ๆ นี่ยังดีที่ว่าที่นี่เป็นเมืองแบบไม่ใช่เมืองหลวง

ภาระยังคงค้างคาใจกับเรื่องคำตอบของงาน
กลับมามีชีวิตประจำวันแบบเร่งรีบแต่กลับไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน..อีกแล้ว
ก็ว่าจะใช้ชีวิตแบบ เดิน กิน เล่น แบบ ช้า - ช้า เป็นการผ่อนคลายหัวใจ

โครงการที่จะปลูกผักบุ้งเป็นลำดับต่อไปยังคงพักไว้ก่อน
เพราะโครงการทำมาหากินมาเบียดสมองและสองหัว

วันก่อนฟังวิทยุคลื่นไหนซักคลื่น
ดีเจบอกว่า วันที่ 15 เดือนนี้จะหนาวสุดๆ
โอ๊ยยยยยย... สวรรค์โปรด!!! หนาวเร็วๆ เถอะ

 

Daisypath Anniversary tickers

ลมหนาวแรก...

posted on 03 Nov 2009 21:30 by loveaholic

 

2 พฤศจิกายน 52 : ลอยกระทง

ติดกับภาระต่อเนื่องเรื่องน้องตาหวาน
ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา วันจันทร์เลยได้นอนกลางวันสัมผัสลมหนาว
...ลมแรกของปีนี้

พระจันทร์สีนวลลอยเต็มดวงในคืนวันลอยกระทง
และเป็นคืนแรกของลมหนาว...

วันก่อนใครบางคนถามว่า "เราไม่คิดจะลอยกระทงกันบ้างหรือ?"
คิดนะ คิดสิ แต่ภารกิจรัดตัว ขืนไปมั่วๆ ริ่มตลิ่ง มีหวังหัวทิ่มน้ำแหงๆ
ในสภาพที่ไร้สมรรถนะในการพยุงความคิดเยี่ยงนี้ - - เฮ่อ เหนื่อยไปไหน?(นัก)

น้องตาหวานยังหวีด วิ้ดวิ่ว เหมือนเดิม
แต่ศูนย์ท่านว่า รับประกันงานซ่อม 6 เดือน
เร็วๆ นี้เราคงได้เจอกัน (อีก) แน่


3 พฤศจิกายน 52 : เดินทางกลับ

สภาพรถในความรู้สึกคือ 85% แล้ว ลดความกังวลไปได้เยอะ
อากาศตุ่นๆ เหมือนฝนตก แต่ฝนไม่ตก
ขับรถฟังเพลงมาเรื่อยๆ จนถึงราชบุรี เฮ่อ... ขับรถไม่เร็วแล้วค่ะ

ฟาดกระเพราหมูไป 1 กล่องตอนบ่ายครึ่ง...มื้อแรกของวัน
นั่งคุยโน่นนี่ สลับกับเล่นเกม แถมด้วยกาแฟไร้สัญชาติอีกแก้ว
ผลักประตูกระจกออกไปด้านนอก อุเหม่...อากาศดี๊ ดี น่านอน

ตกค่ำ ขึ้นไปทำความสะอาดห้องนอน
เปิดประตูระเบียงทิ้งไว้รับอากาศเย็นๆ เผื่อคืนนี้อาจจะไม่เปิดแอร์

คำตอบเรื่องงานที่กำลังรีรออยู่
ต้องรอไปอีกหน่อย - -
ชีวิตเข้าขั้นว่าเป็นสุญญากาศ
ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน คงอีก 2-3 วัน จะถึงโค้งของความหนักใจ

ยังขยับตัวได้ หัวใจเต้นดี หายใจไม่คล่อง แต่ไม่ถึงกับติดขัด
มีหงุดหงิดกับคนรักบ้าง พยายามจะ "นิ่ง" และ "วาง" ให้ได้
หวังว่าเราจะผ่านมันไปได้...ด้วยกัน

เรื่องรอบตัวที่มากระทบให้รำคาญเหมือนยุงข้างหูก็หลายเรื่อง
อาการเบื่อ เข้าครอบงำ ถ้าไม่ระวังสงสัยจะเผลอด่าใครเข้าให้ได้เลยทีเดียว
นิ่งหนอ... จะดีกว่า

ตกเย็นฝนตก
ตกค่ำก็ตกหนัก

อาการง่วงสะสมเริ่มมาหา
ไม่นอนก็ทนได้ แต่ก็ง่วง แต่ก็อยากนอน
หาวววววววว... ไป 2 ที

หวังว่าคุณลูกค้าจะรักษา(ระดับ)เวลาที่ 22.30 น. เป็นอย่างช้า
สาธุ

 

26 ตุลาคม 2552 : วันที่อะไรๆ ก็เริ่มเปลี่ยน

อากาศเริ่มแปลกๆ
เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวฝนทำท่าจะตกแต่ไม่ยักกะตกเสียที
ชีวิตเดินทางมาถึงอีกโค้ง ทำให้ระลึกได้แบบไม่ลืมตัว
ว่า "ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย" แม้มันจะไม่ได้ยากเกินกำลังก็ตาม
ผ่านโค้งนี้ คาดว่าจะเจอทางแยก... ที่ไม่อยากแยกไปทั้งซ้ายและขวา

เริ่มปรับตัวกับชีวิตได้อีกขั้น
ถึงแม้ว่าบางวัน บางครั้ง ยังรู้สึกฉงนกับตัวเองว่าทำอะไรลงไป
บางวันรู้สึกมีเรี่ยวแรงที่จะเผชิญทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา
แต่บางวันกลับรู้สึกว่าาาา... วุ้ยยย.. อะไรนักหนา(วะ)ชีวิต!!

อารมณ์ที่อยากปลีกวิเวกมีแวะเวียนมาหลายครั้ง
ไม่ใช่เพราะคนอื่นบกพร่อง หรือไม่ได้อย่างใจหรอก
เพียงแต่ตัวเราเองนี่แหละ ที่บางทีมันไม่ได้อย่างใจ
มันเหมือนโดนคำสาปให้กับความสุขที่เหมือนเห็นแก่ตัว ไม่อยากสนใจใคร
อยากมีชีวิตที่ "เดี่ยว" แบบไม่ต้องห่วงใคร ไม่ต้องให้ใครมาห่วงมากกว่า
แต่เมื่อเลือกชีวิตที่ "มีอีกคน" นั่นคือความเปลี่ยนแปลง และการปรับ(ปรุง)ตัว

การยินยอมให้มีใครอีกคนในชีวิต ถือเป็นเรื่องใหม่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
เพราะชีวิตที่ไม่ต้องยึดติดกับใครเลยนอกจากเอาใจหัวใจตัวเอง
อยากไปไหนทำอะไร ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเยอะแยะ
รอทำทุกวันให้มีความสุข - - อนาคตจะได้สุขอย่างพอเพียง
แต่วันนี้... เมื่อมีอีกคนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
สุข ทุกข์ หัวเราะ ร้องไห้ มันคือการต้องแบ่งปัน
เป็นความสุขแบบสุกๆ ดิบๆ อีกแบบในชีวิต
รสชาติชีวิตที่เคยเลือกจะไม่ลิ้มลองมันอีก ฮ่าๆๆ สุดท้ายก็หนีไม่พ้น

การมีคนมา "ใส่ใจ" กับรายละเอียดเล็กน้อย
ทำเรื่องน่ารำคาญให้เป็นเรื่องน่าจดจำ
ที่สำคัญ มันดีแค่ไหนกับหลายสิ่งที่เรารอคอยมาตลอดทั้งชีวิต
แล้วจู่ๆ วันหนึ่งเราได้รับและเผชิญหน้ากับมันโดยไม่รู้ตัวล่วงหน้า
เวลาที่เหลือจากนี้ คือการพิสูจน์ความรัก ตัวตน สิ่งที่เคยมี ที่เคยเป็น
ว่ายังจะคงมี คงเป็น และจะคงเดิมตลอดไป(ได้)หรือเปล่า

ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตได้เจอกับความพอดี
ขอบคุณที่ทำให้ร้องไห้และเสียใจ - - ไม่ได้ซาดิสม์ หรือมาโซคิสม์
เพราะในความทุกข์เราสามารถมองเห็นความสุขได้(บ้าง)เหมือนกัน
ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกตัวใหญ่ (แบบไม่เกี่ยวข้องกับไขมัน)
เพราะนั่นแสดงว่าเราได้รับความรักและความสุขอย่างเต็มเปี่ยม

ขอบคุณเหลือเกิน!!

 

>> บันทึกเรื่อยเปื่อย : 28 ตุลาคม 2552

ช่วงนี้ เครียดขึ้นสมอง เมื่อคืนนอนไม่หลับ
ถูห้อง จับโมบายมาแขวนที่ผ้าม่าน เดินไปเดินมา
จะหยิบหนังสือมาอ่านก็ทำไม่ได้
ขยะในสมองมันเยอะเกินกำลัง
จะดูหนัง ไอ้ต่อมความอยากก็ปิดสนิท
เห็นแล้วมันเฉยๆ ไม่อยากดู ดูก็ไม่รู้เรื่อง

รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองเป็นคนไม่มีสมาธิในการทำอะไร
หยิบโน่น ลืมนี่ หันไปทำนั่น ยังไม่ทันเสร็จ เผลออีกทีไปทำอีกอย่างเสียแล้ว
เป็นอะไรมากหรือเปล่า(วะ)ชีวิต

ตั้งใจอยู่หลายรอบที่จะทำชีวิตประจำวันให้นิ่ง
ปล่อยวางเรื่องที่ยังมาไม่ถึงบ้าง จัดการเรื่องตรงหน้าให้เสร็จเสียก่อน
จัดการทีละเรื่องแบบใจเย็นๆ มีสติและสมาธิ
แต่ทำไมมันทำไม่ได้ ความอึดมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้สิ
ตอนอยู่คนเดียวก็รู้สึกอยากพัก
ตอนอยู่สองคนก็สมองว่างเปล่า ไม่อยากทำอะไร ตัวขี้เกียจมากัดกิน

เหมือนทำโน่นนี่อยู่ทั้งวัน แต่ดินที่หางกลับยังอยู่ครบถ้วน
ปัจจัยที่ทำให้ความสำเร็จมันติดลบแบบนี้มันคืออะไรหนอ?

เรื่องที่เป็นสาระก็ไม่บรรลุไปได้ถึงไหนเลย
เรื่องไร้สาระก็ไม่ได้แตะต้อง เหมือนไม่ได้รับความบันเทิงเลย

แล้ววันที่เครียดมากกับเรื่องงานที่มะรุมะตุ้ม
เรื่องที่ต้องวางแผนเริ่มงานใหม่ จัดการปัญหางานเก่า
แล้วจู่ๆ กลับมีทางเลือกมาให้อีกทางหนึ่ง ฟังดูเหมือนจะดี
แต่กลับเป็นภาระให้หัว(สมอง)ต้องใช้ความคิดเพิ่มขึ้นอีก

ชีวิตเลยลุ่มๆ ดอนๆ อารมณ์ออกจะแปรปรวนไม่คงที่
อยากอยู่นิ่งๆ อยากอยู่เงียบๆ อยากขอเวลาให้สมองว่างเปล่าซัก 23 ชั่วโมง
ยิ่งอยากพัก สมองยิ่งคิด อยากหลับแต่กลับตื่น
โว้ววววววววววว...!!!!

 

 

 

จากกันเสียนาน

posted on 02 Oct 2009 19:33 by loveaholic

รอยต่อระหว่างวันเวลาและเรื่องราว
มีมากมายจนไม่รู้จะเริ่มเล่าเรื่องไหนก่อนหรือหลังดี

การเข้ามา การจากไป ของใครหลายคน
บ้างก็มีผลกับชีวิต บ้างก็มีผลต่อจิตใจ
บ้างก็ไม่มีผลอะไรนอกเสียจากเป็นอากาศที่มองไม่เห็น

ใครคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต
มาคอยเติมไม่ให้ชีวิตต้องเจอคำว่า "ขาดหาย"
ออกจะมากเสียจนล้น กลัวเหลือเกินที่จะ "เสียหาย" เสียด้วยซ้ำไป

แต่ชีวิตก็คือชีวิต พลัดหลงกับอะไรไม่ได้เนิ่นนานเดี๋ยวก็ต้องเจอ
เหมือนหลายอย่างต้องแลกเปลี่ยน มีเสียและมีได้รับ เป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อวันนี้ "ได้" มากกว่า "เสีย" หลายร้อยเท่าตัวนัก - - มีรักอยู่กับตัวจะกลัวอะไร

กับหลายสิ่งหลายอย่างในวันนี้ที่ได้รับทั้งคำพูดและการกระทำ
คำขอบคุณคงไม่พอสำหรับจะตอบแทน

หวังว่าการพยายามจะ(ทำตัว)ดีกว่าทุกวันนี้
ด้วยการใช้ชีวิตให้เข้ารูปเข้ารอย ยอมสละบางสิ่ง
ลดบางอย่างลงเพื่อเติมและตอบแทนหัวใจดีๆ กลับไป
คงจะพอใช้ได้อยู่บ้าง

...
ฝนเริ่มเทลงมา
ฤดูกำลังจะเปลี่ยน
ถ้าไม่คิดเรื่องปากท้องแล้ว
นับว่าฤดูฝนเป็นฤดูที่ชอบมากเอาการเลยทีเดียว

ชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปอีกก้าว
กับความผิดพลาดร่วม 2 ปี

โชคดีเหลือเกินที่วันนี้ไม่ได้เดินคนเดียวอย่างวันก่อนอีกแล้ว
....
ชีวิตประจำวันหมกมุ่นกับอะไรไม่รู้ที่ดูไม่เป็นสาระ
ไม่ได้เนื้องาน แต่กลับไม่ว่างและทำสมองล้าเลยทีเดียว

เมื่อวานซืนเช็ดชั้นในร้านทั้งหมด เมื่อวานถูบ้าน
วันนี้ทำกับข้าวตามรีเควส - - เอาใจพนักงานใหม่
กับทำป้ายโปรโมชั่น คีย์ข้อมูลลูกค้าที่หายตอนเครื่องพัง
ทำคูปองสำหรับโปรโมชั่นตอนปิดเทอม

หนังสือไม่ได้อ่าน
ในห้องน้ำก็ไม่ได้อ่าน (จากที่เคยได้อ่าน)
ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย
ระบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงมากมาย
หิ้วหวีดาวินชีโค้ดมาหลายเพลาแล้ว ยังไม่จบเสียที
แม่เจ้า - - แล้วเมื่อไหร่จะได้เริ่มดูหนังกันละเนี่ย

ภารกิจยุบยับและดูติดขัดไปหมด
บางครั้งก็พลาดมากกับการเป็นเพื่อนที่ดี คนรักที่ดี
พี่ที่ดี น้องที่ดี ลูกที่ดี หลานที่ดี มันเจ็บปวดนะ
อยากทำให้ดีกว่านี้ - - จริงๆ นะ

...

 

วันก่อนมีโอกาสได้ไปกินอาหารและชิมกาแฟที่ร้าน "๑๐๐๐ ไม้"
(น่าจะเป็นถนนรัตนาธิเบศวร์ - - อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ)

ที่ร้านปลูกผักไฮโดโปรนิค เมนูส่วนใหญ่จึงมาจากผักพวกนี้ล่ะค่ะ
เน้นสลัดต่าง มีผักสดขาย ทั้งแบบเป็นต้น และแบบรวมมิตรอยู่ในถุงพร้อมกิน

อาหารใช้ได้ กาแฟก็กำลังสวย (รสชาติเดียวกับร้านเรา ฮิๆ)
เก็บภาพบรรยากาศมาเล่าสู่กันฟัง (อ่าน) ค่ะ


 

Daisypath Anniversary tickers