posted on 27 Aug 2009 15:59 by loveaholic
ชำระหนี้ (เที่ยว) ตามกฎความต้องการของใจ
หลังจากเพ่ง และเล็งมานาน
เป้าหมายยังเป็นที่เดิม แต่เปลี่ยนขนาดคนที่เดินด้วย อิอิ
Museum Siam สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
ที่เพลิดเพลิน บันเทิง และให้ความรู้เหมือนศิลปะกับเทคโนโลยีที่เดินไปพร้อมกัน
อากาศร้อนได้ที่
จอดรถเสร็จเดินเลาะออกไปด้านหลังพิพิธภัณฑ์เพื่อหาของกิน
แวะจิบกาแฟที่วิวดีแต่ไม่ได้ใจของเรา เดาว่าอาจเป็นเพราะเรานั้น "หัว(สี)ดำ"
เมื่อได้รับการปฏิบัติที่ไม่พึงพอใจแบบไม่ต้องเปรียบเทียบกับคน "หัวแดง"
เราจึงเลือกจะขอเปลี่ยนเป็นแก้วพลาสติกเพื่อย้ายพิกัดร้านหา "อาหารหนัก" ต่อไป
ด้วยความหิว - - เล็งร้านเล็กๆ ที่ไม่อึกทึกมาก
ตัวร้านเป็นตึกเก่าที่ตกแต่งแล้วรู้สึกได้ถึงความตั้งใจและเป็นไปในทางเดียวกัน
เลือกอาหารจานเดียวเพื่อความรวดเร็วในการกลับไปชมพิพิธภัณฑ์
"ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่" เมนูโปรดที่กินแล้วนึกถึงคน 2 คนขึ้นมา - - คิดถึง!!!
กับ "ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง" ที่ต้องการย้ำและซ้ำ พิสูจน์การแพ้กุ้งของบางคน
อาหารรสชาติผ่าน บรรยากาศผ่าน พนักงานผ่าน
จากนั้นกลับเข้ามาพิพิธภัณฑ์ ชะแว้บไปเผื่อเข้าร่วมกิจกรรม
พิพิธพาเพลินอาหรับ ตอน อาหรับราตรี อยากดู "พันหนึ่งราตรี"
แต่ด้วยเวลา สถานการณ์ (เด็กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทั้งนั้น) ทำให้ต้องขออำลากิจกรรมนี้
เป็นว่าเราไปสู่พิพิธภัณฑ์หลักกันดีกว่า
เบิกโรงด้วยการเล่าเรื่องผ่านหนังสั้น ทำได้ดี ไม่รู้ต้นทุนเท่าไหร่ แต่รู้สึกดีและชอบ
จากนั้นเราเริ่มเดินตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำ คือเริ่มจากชั้น 3
กลไกและการวางแผนของสถานที่จะนำเราไปสู่ส่วนต่างๆ โดยง่ายและไม่หลง
กระทั่งมาจบที่ชั้นล่างสุด เพื่อคืนบัตรชมงาน ปั๊มมือเผื่ออยากกลับมาชมงานซ้ำอีกครั้ง
ปั๊มที่จอดรถ จอดฟรี 4 ชั่วโมง ถัดจากนี้ชั่วโมงละ 30 บาท (เราใช้เวลากันเกือบ 4 ชั่วโมง)
มองดูเวลายังพอมีเหลือ แต่เริ่มรู้สึกกระหายน้ำ และ "อยากกาแฟ"
ที่นี่มีร้านกาแฟของพิพิธภัณฑ์ (เข้าใจว่าอย่างนั้น) ชื่อ Muse Cafe (มั้ง)
กับกาแฟแบล็คแคนยอน เราเลือกอย่างหลังเพราะสถานที่กว้างและโปร่งกว่า
เป็นการพักระยะสั้นๆ เพื่อดื่มกาแฟ ซื้อขนมเป็นของฝาก และเขียนโปสการ์ดให้ตัวเอง
ก่อนจะบอกคนข้างๆ ว่า ขอต่ออีกนิดกับนิทรรศการ "กวัก ด้าย กี่ เรื่องราว ไน ผืนผ้า"
ที่แสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับผ้าไทยอย่างย่อ บนพื้นที่ประมาณ 2 ห้อง
พร้อมกับมีฉลองพระองค์ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ มาแสดงให้ดูด้วย
มองเวลาอีกครั้ง - - หมดเวลาสนุกแบบกำลังสวยและพอดี
วนรอบพิพิธภัณฑ์อีกครั้งเพื่อหาตู้ส่งโปสต์การ์ด บึ่งรถกลับ
แวะทักทายก้อนเมฆสวย เพื่อที่จะเจอกับอาการ - - รถเสียอีกครั้ง
เซ็งอย่างแรง ขับรถแบบทู่ซี้ ที่ความเร็ว 60 km/h
ชีวิตก็เป็นเช่นฉะนี้
posted on 24 Aug 2009 21:50 by loveaholic
เมื่อคืนปิดร้านเร็ว ตั้งใจจะดูหนัง ตั้งใจอ่านหนังสือ
แต่เป็นความตั้งใจที่ไปด้วยกันไม่ได้อีกแล้ว
สรุปว่านั่งคุยกะพี่กบจนดึก
แต่ไหนๆ สมองก็ตั้งโปรแกรมแล้วว่าจะดูหนังหรืออ่านหนังสือ
คุยกะคนโน้นนน... (โน้น - - บอกระยะทางใช่มะ ว่าไกลโข)
มีอาการโวยวายว่าห้ามดู French Kiss ส่วนเรื่องอื่นพี่เขาไม่เกี่ยงเชิญเราตามสบาย
ฮ่วย!!! มะมีเรื่องไหนอยากดูนินา เรื่องอื่นก็ทยอยดูไปบ้างแล้ว
(ทำให้นึกได้ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยบิทหนังมาดูแฮะ เลยบิทซะ 3 เรื่องคืนเดียว)
แต่ด้วยเวลาที่ปาเข้าไปดึกมาก หลังจากเคลียร์งานส่วนตัวเสร็จ
เปิดแอร์ตั้งไว้ก่อนไปอาบน้ำ เอาดินสอพองมาพอกหน้าเอาความด้านออกไป
นอนผึ่งแอร์เปิดพัดลม อ่าน Under the Tuscan Sun "จบเสียที" เย่!!!
หนังสือเล่มนี้ตั้งท่าจะจบมาเกือบครึ่งปีแล้ว
แต่ที่ต้องหิ้วหวีไปมาระหว่างชั้นบนกับชั้นล่าง
ระหว่างทาง ระหว่างจังหวัด ก็เพราะต้องแบ่งเวลาไปกับอย่างอื่น
คิดว่าตอนนี้ชีวิตน่าจะเริ่มเข้ารูปเข้ารอย (ไม่ก็พยายามให้เข้ารูปเข้ารอย)
จ้องตากับ "รหัสลับดาวินชี" ไว้นาน แถมแอบไปอ่าน "เดอะ ลาสต์ซับเปอร์" ก่อนอีก
คราวนี้ถึงคิวเสียที
มีแรงสั่นสะเทือนจากคนที่ไม่รู้จักทำให้ร้อนรุ่ม ต้องตั้งสติ รับรู้เพื่อปล่อยวาง
(ดาวินชี อาจช่วยได้) - - แอบหวังว่า เรื่องปัญญาอ่อนพวกนี้จะ "จบเสียที" เหมือนกัน
มีแรงสั่นสะเทือนจากคนที่ offshore ป่วนหัวเล่น สนุกดีแต่บางทีก็ขำไม่ออกเหมือนกัน
อันนี้คิดได้มาตั้งนานแล้ว - - ปัจจัยหลักคือตัวของเราเอง ใครบางคนจึงเป็นได้เพียงใครบางคนต่อไป
หมายเหตุ : ตอนนี้รู้สึกเบื่อคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล (อีกแล้ว - - หลายร้อยเท่า)
และรู้สึกอยากลดความอ้วนมากด้วย - - กินผัก ท่องไว้ กินผัก และพรุ่งนี้จะผอม (พรุ่งนี้ตลอด)
เกือบหมดวัน - - จึงจบบันทึกเพียงเท่านี้แบบง่วงๆ งงๆ
posted on 19 Aug 2009 18:56 by loveaholic
บางอย่าง ยากเกินเข้าใจ แต่ไม่ยากที่จะทำตามใจโดยไม่ต้องอาศัยเหตุผล
ปล่อยชีวิตให้สบายๆ ให้ความรู้สึกนำทางความรักเสียบ้าง
คิดบวกและมองโลกในแง่ดี ทำให้มีโอกาสได้เห็นโลกอีกมุม... ที่ไม่เคยคิดว่ามีอยู่จริง
ขอบคุณมืออวบๆ ที่อยู่เคียงข้างเสมอในทุกวัน
ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว หัวเราะหรือร้องไห้ สุขหรือทุกข์
วันนี้อาจจะไม่ดีที่สุด - - แต่เราจะเดินไปด้วยกันใช่ไหม??
posted on 18 Jul 2009 14:16 by loveaholic
เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อนบ้านกึ่งวิ่งกึ่งเดินในมือถือบางอย่างลักษณะคล้ายกระดาษ
นึกว่าจะมาใช้บริการอะไรในร้าน ส่งยิ้มไป เพื่อนบ้านไม่ว่ากระไร
ยื่นกระดาษแข็งใบนั้นมาพร้อมกับพูดสั้นๆ ว่า “อ่ะ ของน้อง”
หยิบกระดาษแข็งที่ว่าพิจารณาลายมือคุ้น แต่เหมือนจะห่างหายไปเสียหน่อย
ก่อนจะเดาผิดเดาถูกก็เห็นลายเซ็น pookatoy ห้อยท้ายมาเฉลยว่าเจ้าของโปสต์การ์ดคือเพื่อนเก่าแก่
ที่แอบส่งสัญญาณเมื่อไม่กี่วันก่อนว่ามีเซอร์ไพรส์อยากได้ที่อยู่จะส่งโปสต์การ์ดมาให้
ใบนี้เดินทางมาจากหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่
เมื่อเริ่มต้นจะเล่าถึงความคิดถึงที่เดินทางมาทักทาย
คงต้องเล่าย้อนไปถึงฉบับก่อนหน้าที่ยังกลายเป็น “โปสต์การ์ดพอกหางหมู” มาหลายฉบับ
เริ่มจากวันหนึ่งค่อนมาปลายเดือนมิถุนายน เห็นพี่เสือเด้ง MSN ขึ้นมาจึงปรี่เข้าไปทัก
ไม่ทันไรก็เจอคำถามฉบับมึนๆ “จะเอาอะไรไหม” เอ่อ.. “แล้วพี่อยู่ไหนคะ”
“เกาหลี” กร๊ากกกกกก!!! ให้มันได้งี้สิ “เอามาม่า เอาโปสต์การ์ด เอาผู้ชาย”
อย่างอื่นยังไม่ปรากฏให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน(โดยเฉพาะอย่างหลัง ฮ่าๆ)
ไม่กี่วันถัดจากนั้นจึงมีกระดาษบรรจุความคิดถึงไว้คำสุดท้ายก่อนลงท้ายชื่อ i_lllive เดินทางมาถึง
พี่คนหนึ่งหนีไปเที่ยว
พี่อีกคนหนึ่งก็ไม่น้อยหน้าพาหวานใจไปสวีท วิ้ดวิ่วที่เกาะช้าง
เห็นโปสต์การ์ดกระดาษแบบง่ายๆ วาดด้วยดินสอพร้อมกับ stamp ตรายางของกรมอุทยานแห่งชาติฯ
พลิกดูข้อความจากสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เขียนตัวอ้วนอยู่ด้านบน
กับข้อความหวานพลิ้วที่คงสไตล์ความนุ่มนวลโรแมนติกด้วยตัวหนังสือเล็กแต่หนักแน่น
พร้อมกับลูกเจี๊ยบใต้ก้อนเมฆและดวงอาทิตย์ที่เป็นเหมือนลายเซ็นตบท้าย
ฉบับนี้ไม่มีความคิดถึงแต่อย่างน้อยก็คง(จำเป็น)ต้อง “นึกถึง” กันบ้างแหละ ฮิๆ
สุดท้าย 3 ฉบับรวดที่มาถึงวันเดียวกันแบบมีที่มาที่ไปค่อนข้างเจ้าเล่ห์ของบางคน
พี่สองคนหนีเที่ยว - - คนน้อง เที่ยว(ไกล)ไม่ได้ จึงตัดสินใจลางานของตัวเอง
ให้เวลากับอาคันตุกะ 1 วันเต็มๆ ที่ริมคลองอัมพวาในวันหยุดยาว
และส่วนที่เหลือคือวันหลังสุดก่อนที่แขกจะเดินทางกลับ - - กับสถานที่รอบตัวที่อยู่ใกล้แต่ไม่ได้ชม
ก่อนกลับมีคนขอให้ทำโปสต์การ์ดให้ แต่ขอคืบกลับหยิบไปเป็นศอก
จริงๆ แล้วนึกว่าแค่อยากเก็บความทรงจำสั้นๆ บนกระดาษแข็ง 4×6 ไว้ดูตอนที่อยู่ไกลกัน
สรุปสุดท้าย - - โปสต์การ์ดที่ถูกล่อลวงไปนั้น
ถูกส่งกับมาพร้อมกับข้อความประกอบภาพสั้นบ้างยาวบ้าง
กับเรื่องราวการจับจ่ายเวลาในช่วงสั้นๆ แบบสรุปเหมือนจะช่วยเตือนและตอกย้ำความทรงจำ
เรียกรอยยิ้มจากคนรับ บ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะ “ใส่ใจ” กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นั้นได้
จบถ้วนกระบวนความรวมโปสต์การ์ด อิน เดอะ โพสต์บ๊อกส์ คราวนี้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 6 ใบ
ขอบคุณความคิดถึง นึกถึง ที่เดินทางมาจากที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ
ขณะที่พิมพ์อยู่นี้ กลิ่นความคิดถึงที่ฝังอยู่บนกระดาษขนาดย่อมยังอบอวลอยู่ใกล้ๆ
แล้วก็ยิ้มได้อีกวัน : )
posted on 11 Jul 2009 19:05 by loveaholic
เรื่องราวสั้นๆ กับทุกบททุกตอน
เวลาแห่งการตัดสินใจ "เลือกรับ" และ "ปล่อยวาง"
ชีวิตที่คาดการณ์กะเกณฑ์ล่วงหน้าไม่ได้
บทสรุปและจุดเริ่มต้นวัดกันที่ "หน้างาน"
...ฝนตกที่อัมพวา
เดินตากฝนเล่นเพราะไม่เคยกลัวฝน
ฝนหล่นบนหัวเบาๆ ไม่ได้ทำให้ตัวเปียกฝน
ความรักมักจะเริ่มหลังจากที่ฝนตก...ว่ามั้ย?
ขอบคุณคนที่เดินข้างๆ กับเรื่องดีๆ และวันดีๆ
แล้วเจอกันอีกทีที่อัมพวานะ :)